ฟ้าทะลายโจร : คาลเม็ก แคปซูล

รายละเอียด

ส่วนประกอบ

ในตัวยา 1 แคปซูล 600 มก. มีส่วนประกอบสำคัญดังนี้

ฟ้าทะลายโจร 500 มก. ซึ่งมีปริมาณแลคโตนทั้งหมด คำนวณเป็นแอนโดรกราฟโฟไลด์ไม่น้อยกว่า 30 มก.


วิธีรับประทาน

ครั้งละ 2-6 แคปซูล วันละ 4 ครั้ง หลังอาหารและก่อนนอน


ข้อควรระวัง

1. อาจทำให้เกิดอาการแพ้ได้ตั้งแต่ อาการผื่นคัน ลมพิษ จนถึงอาการแพ้แบบรุนแรง anaphylatic shock ถ้าให้โดยการฉีดหรือในขนาดสูง

2. หากใช้ติดต่อกันเป็นเวลานาน อาจทำให้แขนขามีอาการชาหรืออ่อนแรง

3. หากใช้ฟ้าทะลายโจรติดต่อกัน 3 วันแล้ว ไม่หายหรือมีอาการรุนแรงขึ้นระหว่างใช้ยา ควรหยุดและไปพบแพทย์


ขนาดบรรจุ

กล่องละ 100 แคปซูล (10 แผง x 10 แคปซูล)

Product Description

ฟ้าทะลายโจร

 1.ชื่อสามัญ
  • (ไทย) ฟ้าทะลายโจร (อังกฤษ)
  • ชื่อวิทยาศาสตร์ Andrographis paniculata (Burm.f.) Wall. Ex Nees
  • ชื่อวงศ์ Acanthaceae
  • ชื่อท้องถิ่น ฟ้าทะลาย น้ำลายพังพอน

2. องค์ประกอบ
   ส่วนเหนือดินแห้ง (dried aerial part) ควรมีสาระสำคัญคือ total lactone โดยคำนวณเป็น andrographolide ไม่น้อยกว่า 6%

3. ข้อบ่งใช้ (indication)
   3.1 บรรเทาอาการท้องเสียไม่ติดเชื้อ
   3.2 บรรเทาอาการเจ็บคอ
   3.3 บรรเทาอาการของโรคหวัด (common cold) เช่น เจ็บคอ อ่อนเพลีย ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ น้ำมูกไหล เป็นต้น

4. เภสัชวิทยา (pharmacology)
   4.1 ฤทธิ์ทางเภสัชวิทยา (experimental pharmacology)
         4.1.1 ฤทธิ์ลดการบีบตัวหรือหดเกร็งตัวของทางเดินอาหาร สารสกัดฟ้าทะลายโจรด้วยแอลกอฮอล์ 50% และ 85% มีฤทธิ์ลดการบีบตัวของลำไส้  และมีผู้พบสารออกฤทธิ์คือ deoxy-dihydroandrographolide, andrographolide, neoandrographolide และ deoxyandrographolide สารสกัดฟ้าทะลายโจรด้วยแอลกอฮอล์และสาระสำคัญกลุ่ม deterpene laotone ของฟ้าทะลายโจรสามารถลดความแรงในการหดตัวของสำไส้เล็กและกล้ามเนื้อกระเพาะอาหารของหนูทดลองได้  ฟ้าทะลายโจรสามารถลดความแรงในการหดตัวของลำไส้เล็กส่วน ileum ของหนูตะเภาที่ตอบสนองต่อการกระตุ้นด้วย acetylcholine, histamine, barium chloride และ dimethy-phenyl-piperazinium ได้
         4.1.2 ฤทธิ์ต้านการเกิดอาการท้องเสีย สารสกัดฟ้าทะลายโจรด้วยบิวธานอล andrographolide และ neoandrographonled สามารถต้านฤทธิ์ของ E. coli enterotoxin ที่ทำให้ท้องเสียได้ เพราะช่วยทำให้การสูญเสียน้ำทางลำไส้ลดลง  นอกจากนี้สารสกัดด้วยแอลกอฮอล์ 85% ยังป้องกันการเกิดอาการท้องเสียในหนูถีบจักรที่ได้รับน้ำมันละหุ่งหรือ magnesium sulfate ได้มีการศึกษาผลของใบฟ้าทะลายโจร และใบฝรั่งต่อการเจริญเติบโต และประสิทธิภาพในการให้อาหารของลูกสุกรท้องร่วง พบว่าในการรักษาโรคท้องร่วงในลูกสุกรระยะดูดนม กลุ่มที่ใช้เกลือแร่ ORS 500 มิลลิกรัมต่อครั้ง ใบฟ้าทะลายโจร 500 มิลลิกรัมต่อครั้ง และใบฝรั่ง 1000 มิลลิกรัมต่อครั้ง ให้ผลต่อน้ำหนักตัวเมื่อหายป่วยดีกว่ากลุ่มที่ไม่ใช้สารทั้ง 3 ชนิดอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติและส่งผลต่ออัตราการเจริญเติบโตดีกว่าสำหรับในลูกสุกรระยะหย่านม พบว่ากลุ่มที่ใช้ ORS 1 กรัมต่อกิโลกรัม ร่วมกับใบฟ้าทะลายโจร 1 กรัมต่อกิโลกรัม และใบฝรั่ง 2 กรัมต่อกิโลกรัม ให้ผลต่ออัตราการเจริญเติบโตและประสิทธิภาพการใช้อาหารดีกว่า เนื่องจากฟ้าทะลายโจรมีรสขมมาก ซึ่งเป็นอุปสรรคหนึ่งในการนำมาใช้รักษาโรคท้องเสียในสุกรจึงมีการแก้ปัญหาโดยการนำฟ้าทะลายโจรมาทำ microencapsulation โดยใช้พอลิเมอร์ชีวภาพชนิดละลายน้ำพบว่าสภาวะที่เหมาะสมในการเตรียมไมโครแคปซูล คือ อัตราส่วนระหว่าง gelatin : acacia ที่ 50 : 50 อัตราส่วนระหว่างสารแกนต่อสารเคลือบเป็น 1:2 เวลาที่ใช้ในการแข็งตัว 120 นาที และสารช่วยในการแข็งตัวเป็นสารละลาย formaldehyde ปริมาณ 5 มิลลิลิตร จะได้ไมโครแคปซูลขนาดเฉลี่ย 50  ไมโครเมตร มีลักษณะเป็นผงสีเทา และสาร andrographolide ในไมโครแคปซูลที่เก็บในสภาวะโดนแสงจะสลายตัวเร็วกว่าเก็บในสภาวะที่พ้นจากแสง  นอกจากนี้ยังมีรายงานการศึกษาการเตรียมไม่โครแคปซูลของสารสกัดฟ้าทะลายโจร เพื่อให้ออกฤทธิ์นานโดยใช้เทคนิคการระเหยตัวทำละลายชนิดน้ำมันในน้ำมันด้วย
         4.1.3 ฤทธิ์ลดไข้และต้านการอักเสบ สถาบันวิจัยสมุนไพร กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ศึกษาพบว่าสารสกัดฟ้าทะลายโจรด้วยเอทานอล 85% แสดงฤทธิ์ลดไข้ในกระต่าย และสามารถต้านการอักเสบในหนูขาวได้เมื่อศึกษาฤทธิ์ในการลดอาการบวมของอุ้งเท้าหลังของหนูหลังได้รับสารคาราจีแนน (carrageenan-induced hind paw edema) สารสกัดจากส่วนเหนือดินของฟ้าทะลายโจรด้วยแอลกอฮอล์ เมื่อให้ทางปากในหนูขาวในขนาด 500 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม ช่วยลดไข้เนื่องจากได้รับยีสต์ได้ โดยให้ผลเท่ากับแอสไพริน 200 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม ผงใบฟ้าทะลายโจร สารสกัดฟ้าทะลายโจรด้วยแอลกอฮอล์ และสารสกัดฟ้าทะลายโจรด้วยน้ำเมื่อให้ทางปากในหนูขาว แสดงฤทธิ์ต้านอักเสบเมื่อศึกษาด้วยวิธี carrageenan-induced hind paw edema และมีฤทธิ์ยับยั้งการเคลื่อนที่ของเม็ดเลือกขาว และ ฤทธิ์ยับยั้งการเกิด granuloma ด้วย โดยสารสกัดฟ้าทะลายโจรด้วยแอลกอฮอล์ มีฤทธิ์ต้านอักเสบไม่แตกต่างจากผงใบ ส่วนสารสกัดด้วยน้ำมีฤทธิ์อ่อนที่สุด
        กลไกการออกฤทธิ์ต้านอักเสบของฟ้าทะลายโจร ส่วนหนึ่งอาจหนึ่งมาจาก
            – ฤทธิ์ในการยับยั้งการสร้าง nitric oxide (NO) จาก inflammatory macrophages ของ neoandrographolide
            – Andrographolide ยับยั้งการสร้าง NO โดยลด expression ของ inducible nitric oxide synthase (iNOS) ใน  macrophage
            – ฤทธิ์ยับยั้ง neutrophil adhesion และ transmigration และป้องกันการสร้าง reacrtive oxygen species
         4.1.4 ฤทธิ์ฆ่าเชื้อแบคทีเรีย มีบางรายงานกล่าวว่า สารสกัดฟ้าทะลายโจรมีฤทธิ์ต้านเชื้อแบคที่เรียบางชนิดได้  แต่รายงานการวิจัยหลายชิ้นในประเทศไทยบ่งชี้ว่าฟ้าทะลายโจรหรือสารสกัดฟ้าทะลายโจรหรือสารบริสุทธิ์ของฟ้าทะลายโจรไม่มีฤทธิ์ต้านเชื้อแบคทีเรียที่ทำให้ท้องเสีย  หรือทำให้เกิดโรคติดเชื้อของทางเดินหายใจส่วนบน หรือถ้าพบฤทธิ์ยับยั้งเชื้อก็จะเป็นฤทธิ์อ่อนต้องใช้ความเข้มข้นของสารสกัดสูงเกินกว่าที่จะมีความสัมพันธ์กับระดับยาในเลือด  หรือในทางเดินอาหารหลังรับประทานฟ้าทะลายโจร
         สารสกัดฟ้าทะลายโจรด้วยเอทานอล 70% และ 80% สามารถฆ่าเชื้อแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุของอาการท้องเสีย ได้แก่ Escherichia coli และ Vibrio cholerae  ซึ่งสาระสำคัญในการออกฤทธิ์ คือ androgapholide และ deoxyandrographolide แต่มีรายงานว่าไม่พบฤทธิ์ฆ่าเชื้อแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุของโรคท้องเสีย
          อย่างไรก็ตาม สารสกัดฟ้าทะลายโจรแสดงฤทธิ์ต้านเชื้อ Porphyromonas gingivalis ซึ่งทำให้เกิดโรคปริทันต์อักเสบ (periodontiotis) ได้ จึงมีการนำไปพัฒนาเป็นเจลสำหรับรักษาโรคดังกล่าว
นอกจากนี้สารสกัดหยาบของฟ้าทะลายโจร สามารถยับยั้งการจับของแบคทีเรีย Streptococcus mutans (แบคทีเรียในช่องปากที่เปลี่ยนน้ำตาลขบเคลือบฟันให้เป็นกรด อันเป็นสาเหตุของโรคฟันผุ) บนผิวแก้วหรือบน hydroxyapatite ที่เคลือบน้ำลาย โดยมีค่า IC50 เท่ากับ 0.5% w/v  การพัฒนาสูตรตำรับเจลฟ้าทะลายโจร จากสารสกัดฟ้าทะลายโจรด้วยแอลกอฮอล์ ซึ่งเตรียมเป็นเจลโดยใช้ 50% ของสารสกัดฟ้าทะลายโจรที่มี glycerol monostearate และ soy bean oil มีฤทธิ์ต้านแบคทีเรียชนิด S. aureus และ S. epidermidis ได้ดี สามารถเก็บได้นาน 32 วันที่อุณหภูมิ 25 ๐C หากผ่านสภาวะเร่งอุณหภูมิสูงและต่ำสลับกัน 32 วัน เจล มีการหลอมเหลวเกิดขึ้นได้และฤทธิ์ในการต้านแบคทีเรียจะลดลงเล็กน้อยเมื่อเปรียบเทียบกับเจลที่เตรียมใหม่
          4.1.5 ฤทธิ์ต่อระบบภูมิคุ้มกัน จากการศึกษาผลของสารสกัดฟ้าทะลายโจรด้วยแอลกอฮอล์ และสาร andrographolide ต่อระบบภูมิคุ้มกันของหนูถีบจักร พบว่าสามารถกระตุ้นได้ทั้งภูมิคุ้มกันแบบจำเพาะ คือ antibody response และ delayed type hypersensitivity reaction รวมทั้งยังสามารถกระตุ้นภูมิคุ้มกันแบบไม่จำเพาะด้วย โดยการกระตุ้นการเคลื่อนที่และ phagocytosis ของ macrophage เพิ่มการแบ่งตัวของ lymphocytes ทั้งนี้ สารสกัดด้วยแอลกอฮอล์มีฤทธิ์กระตุ้นภูมิคุ้มกันที่แรงกว่า andrographolide Andrographolide, 14-deoxyandrographolide และสาร andrographolide ต่อระบบภูมิคุ้มกันของหนูถีบจักร พบว่าสามารถกระตุ้นได้ทั้งภูมิคุ้มกันแบบจำเพาะคือ antibody response และ delayed type hypersensitivity reaction รวมทั้งยังสามารถกระตุ้นภูมิคุ้มกันแบบไม่จำเพาะด้วย โดยการกระตุ้นการเคลื่อนที่และ phagocrytosis ของ macrophage เพิ่มการแบ่งตัวของ lymphocytes ทั้งนี้ สารสกัดด้วยแอลกอฮอล์มีฤทธิ์กระตุ้นภูมิคุ้มกันที่แรงกว่า andrographolide
Andrographolide, 14-deoxyandrographolide และ 14-deoxy-11,12-didehydrographolide ที่พบใน dichloromethane fraction ของสารสกัดฟ้าทะลายโจรด้วยเมทานอล สามารถกระตุ้นการแบ่งตัวชอง human peripheral blood lymphocytes (HPBLs) และเหนี่ยวนำให้ HPBLs สร้าง interleukin-2
          จากการศึกษาผลของ andrographolide เทียบกับยา Kan Jang ซึ่งเป็นยาผสมที่ควบคุมปริมาณของสารสกัด SHA-10 ของฟ้าทะลายโจร และสารสกัด SHE-3 ของ Eleutherococcus senticosus ในหลอดทดลองต่อการแบ่งตัวของ peripheral blood lymphocyte (PBL) ของคน พบว่า การแบ่งตัวของ PBL จากการกระตุ้นด้วย phytohemagglutinin (PHA) จะเพิ่มขึ้นถ้าใช้ andrographolide และ Kan Jang ร่วมกัน แต่สารทั้งสองชนิดนี้จะยังยั้งการแบ่งตัวโดยปกติของ PBL เมื่อไม่ใส่ PHA นอกจากนี้ พบว่า andrographolide และ Kan Jang กระตุ้นการสร้าง interferon-gamma, neopterin, beta-2-microglobulin ใน blood cells culture และเพิ่มการสร้าง interferon-alpha และ beta-2-miroglobulin ใน whole blood cells ที่เพาะเลี้ยงไว้ โดยทั่วไปพบว่า Kan Jang มีฤทธิ์มากว่า andrographolide ที่ปริมาณเท่ากัน
          อย่างไรก็ตาม มีรายงานการวิจัยฤทธิ์กดภูมิคุ้มกันของ andrographolide โดย down-modulate ทั้งระบบการสร้าง antibody และระบบภูมิคุ้มกันผ่านเซลล์
             – รบกวน T cell proliferation และการหลั่ง cytokines เพื่อตอบสนองต่อ allogenic stimulation
             – ขัดขวางการกระตุ้น T cell โดย dendritic cells (DCs) โดยสิ้นเชิง เมื่อ incubate DCs กับ andrgrapholide ในระยะ antigen pulse
             – รบกวน maturation ของ DCs และรบกวนความสามารถของ DCs ในการ present antigen ต่อ T cell
             – ลด antibody response ต่อ thymus-dependent antigen และ delayed-type hypersensitivity ในหนูถีบจักร
             – การให้ andrographolide มีผลลด experimental autoimmune encephalomyelitis (EAE) symptoms ในหนูถีบจักร โดยยับยั้ง T cell และ antibody response ต่อ myelin antigens (EAE) เป็น animal model ของ human multiple sclerosis
         4.1.7 ฤทธิ์ลดการอักเสบ สารสกัดฟ้าทะลายโจรด้วยแอลกอฮอล์   น้ำ  หรือคลอโรฟอร์ม  มีฤทธิ์ลดการอักเสบสารสำคัญในการออกฤทธิ์คือ androgapholide, deoxyandrographolide, meoandrographolide และ deoxyandrographolide
   4.2 ผลวิจัยทางคลินิก (clinical pharmacology)
        4.2.1 การทดลองทางคลินิกใช้รักษาอาการท้องเสีย จากการศึกษาประสิทธิผลในการรักษาอุจจาระร่วงและบิดแบคทีเรีย โดยใช้ผงฟ้าทะลายโจรที่เตรียมจากส่วนเหนือดินเปรียบเทียบกับ tetracycline โดยให้ยา 2 ขนาด คือ 500 มิลลิกรัม ทุก 6 ชั่วโมง และ 1 กรัม ทุก 12 ชั่วโมง พบว่าฟ้าละลายโจรทั้งสองขนาดสามารถลดอุจจาระร่วง (ทั้งความถี่และปริมาณ) และลดจำนวนน้ำเกลือที่ให้ทดแทนได้อย่างน่าพอใจ แม้ว่าจะไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ฟ้าทะลายโจร สามารถทำลายเชื้อชิเจลล่าที่ก่อโรคบิดแบคทีเรีย ได้ดีกว่าแตตร้าซัยคลิน แต่ทำลายเชื้ออหิวาตกโรคได้ไม่ดีเท่าแตตร้าซัยคลิน อย่างไรก็ตาม ฟ้าทะลายโจรช่วยให้ผู้ป่วยอหิวาตกโรคถ่ายน้อยกว่ากลุ่มที่ได้ tetracycline อย่างมีนัยสำคัญ
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ได้ร่วมมือกับโรงพยาบาลชุมชน 8 แห่ง ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ดำเนินการวิจัยมีผลการรักษาโรคท้องเสียไม่ติดเชื้อด้วยสมุนไพรฟ้าทะลายโจรทางคลินิก ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2536 – 2538 ได้จัดแบบทดลองแบบ double blind คัดเลือกผู้ป่วยที่มีอาการท้องเสีย อุจจาระเหลวโดยไม่มีการติดเชื้ออายุ 15 – 55 ปี ได้รับยาผงฟ้าทะลายโจรบรรจุแคปซูลขนาด 500 มิลลิกรัม (ยาจริง ขนาด 6 กรัมต่อวัน โดยแบ่งรับประทาน 3 ครั้ง ครั้งละ 2 กรัม) ยาหลอก (placebo) และยาเปรียบเทียบ (loperamide ขนาด 2 มิลลิกรัมต่อวัน) พร้อมกับ ORS พบว่าผู้ป่วยหยุดถ่าย 24 ชั่วโมงแรก หลังจากได้รับยาฟ้าทะลายโจรมากกว่ายาหลอกอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ แต่ไม่แตกต่างจาก loperamide
        4.2.2การทดลองทางคลินิกใช้รักษาอาการเจ็บคอ วิษณุ ธรรมลิขิตกุลและคณะ ได้ทดลองเปรียบเทียบผลการรักษาอาการไข้และเจ็บคอเปรียบเทียบกับพาราเซตามอล พบว่ากลุ่มที่ได้รับยาขนาด 6 กรัมต่อวัน มีอาการไข้และการเจ็บคอลดลง ในวันที่ 3 ได้ดีกว่ากลุ่มที่ได้รับฟ้าทะลายโจร 3 กรัมต่อวัน หรือได้รับพาราเซตามอล แต่หลัง 7 วัน ผลการรักษาไม่ต่างกัน4 ส่วนผลการฆ่าเชื้อแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุของการเจ็บคอนั้นไม่ได้ผล เพ็ญนภา ทรัพย์เจริญและคณะ ได้ทดลองเปรียบเทียบผลการรักษาอาการเจ็บคอเปรียบเทียบกับ penicillin V โดยการศึกษาแบบ randomized double-blind controlled clinical trial ชนิด multicenter ในกลุ่มตัวอย่าง 114 ราย ที่มารับบริการตรวจรักษาในโรงพยาบาลรัฐ 4 แห่ง ระหว่างเดือนมกราคม 2536 – มกราคม 2538 ซึ่งเป็นผู้ที่มีอายุ 8 – 60 ปี ที่มีอาการเจ็บคอเวลากลืน ก่อนเข้ารับการรักษาครั้งนี้ไม่เกิน 72 ชั่วโมง ไม่มีประวัติการรักษาด้วยยาปฏิชีวนะมาก่อน และไม่มีประวัติโรคประจำตัวเรื้อรัง รวบรวมข้อมูลด้วยแนบบันทึกผู้ป่วย โดยซักประวัติลักษณะทั่วไป การเจ็บป่วยและการใช้ยาที่เกี่ยวข้อง ตรวจร่างกาย ตรวจเลือดและ throat swab culture ก่อนการรักษา หลังการรักษาจะได้รับการตรวจร่างกายโดยแพทย์ทุก 24, 48 และ 72 ชั่วโมง วิเคราะห์ข้อมูลด้วย chi-square test เมื่อเปรียบเทียบผลการรักษาหลังการรับยาโดยภาพรวมที่มีอาการไข้ และสถานภาพในคอ ไม่มีความแตกต่างกันระหว่างกลุ่มที่ได้รับฟ้าทะลายโจรและ penicillin V (p>0.05) โดยพบว่ามากกว่าร้อยละ 75 หายป่วยและมากกว่าร้อยละ 15 มีอาการดีขึ้น
        4.2.3 การทดลองทางคลินิกใช้บรรเทาอาการหวัด มีรายงานการวิจัยทางคลินิกในต่างประเทศ โดยทดลองให้สารสกัดฟ้าทะลายโจรที่ควบคุมปริมาณ สาระสำคัญ andrographolide 4% ในขนาด 1200 มิลลิกรัมต่อวัน แก่ผู้ป่วยโรคหวัด (common cold)
28 ราย แล้ววัดผลในวันที่ 4 หลังได้รับยา พบว่าสารสกัดฟ้าทะลายโจรสามารถลดอาการเจ็บคอ เหนื่อย อ่อนเพลีย ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อได้ เมื่อเทียบกับกลุ่มควบคุมที่ได้รับยาหลอก 33 ราย โดยไม่รายงานอาการข้างเคียงจากการใช้ยา
ต่อมามีการทดลองให้ยาเม็ดฟ้าทะลายโจรซึ่งมีสารสกัดฟ้าทะลายโจร 100 มิลลิกรัมต่อเม็ดที่ควบคมให้มีปริมาณ andrographolide ไม่น้อยกว่า 5 มิลลิกรัมต่อเม็ด จำนวนครั้งละ 4 เม็ด วันละ 3 ครั้ง ในผู้ป่วยที่เป็นไข้หวัด 102 ราย เทียบกับกลุ่มที่ได้รับยาหลอก 106 ราย โดยให้ผู้ป่วยระบุความรุนแรงของแต่ละอาการเมื่อเริ่มให้ยาและหลังได้รับยา  2 วัน และ 4 วันตามลำดับ โดยทำเครื่องหมายลงบนเส้นตรงยาว 10 เซนติเมตรที่แบ่งจาก 0-10(0 หมายถึงไม่มีอาการ และ 10 หมายถึงอาการรุนแรงที่สุด) พบว่า วันที่ 2 หลังได้รับยา ความรุนแรงของอาการอ่อนเพลีย นอนไม่หลับ เจ็บคอ น้ำมูกไหล ในกลุ่มที่ได้รับเม็ดยาฟ้าทะลายโจรน้อยกว่ากลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญ และในวันที่ 4 หลังได้รับยา ความรุนแรงของทุกอาการได้แก่ อาการไอ (ทั้งความแรงและความถี่) เสมหะ น้ำมูกไหล ปวดศีรษะ อ่อนเพลีย ปวดหู นอนไม่หลับ เจ็บคอ ในกลุ่มที่ได้รับยาเม็ดฟ้าทะลายโจร น้อยกว่ากลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญ
สำหรับการวิจัยฤทธิ์ป้องกันโรคหวัดนั้น รายงานการวิจัยในต่างประเทศที่ทำให้เด็กนักเรียน 107 ราย ในฤดูหนาว โดยการให้สารสกัดฟ้าทะลายโจร ที่ควบคุมปริมาณสาระสำคัญ andrographolide 4% ในขนาด 200 มิลลิกรัมต่อวัน หรือยาหลอก นาน 3 เดือน พบว่าการเกิดโรคหวัดไม่แตกต่างกันระหว่างทั้ง 2 กลุ่มในช่วง 2 เดือนแรก แต่หลังจาก 3 เดือน พบว่าอัตราการเกิดหวัดในกลุ่มที่ได้รับสารสกัดฟ้าทะลายโจรน้อยกว่ากลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญ (30%) เทียบกับ 62% ในกลุ่มยาหลอก
การที่ฟ้าทะลายโจรทำให้อาการของโรคหวัดนั้น เช่น อาการเจ็บคอ อ่อนเพลีย ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อหรืออาการของไซนัสอักเสบลดลง และหายหวัดเร็วขึ้นได้นั้นไม่น่าจะมาจากฤทธิ์ต้านเชื้อแบคทีเรีย เพราะรายงานการศึกษาทางจุลชีววิทยาหลายรายงาน พบว่าฟ้าทะลายโจรหรือสารกลุ่มแลคโตนในฟ้าทะลายโจรไม่มีฤทธิ์หรือมีฤทธิ์อ่อนมากในการฆ่าเชื้อแบคทีเรียทั้งชนิดที่ก่อโรคติดเชื้อของระบบทางเดินหายในส่วนต้น ดังนั้นสรรพคุณของฟ้าทะลายโจร ในการบรรเทาของโรคหวัดน่าจะมาจากฟ้าทะลายโจร และสาระสำคัญในยาสมุนไพรนี้มีฤทธิ์ลดไข้ ต้านอักเสบ รวมทั้งฤทธิ์ในการกระตุ้นภูมิคุ้มกันมากกว่าฤทธิ์ต้านเชื้อแบคทีเรีย
รายงานการทำ systematic review ของข้อมูลงานวิจัยทางคลินิกของฟ้าทะลายโจรในโรคติดเชื้อของระบบทางเดินหายใจส่วนต้น สรุปได้ว่าฟ้าทะลายโจรน่าจะมีประสิทธิผลในการนำมาใช้ในบรรเทาอาการของโรคติดเชื้อทางระบบทางเดินหายใจส่วนต้นที่ไม่มีภาวะแทรกซ้อนได้
         นอกจากนี้ ยังมีรายงานการวิจัยยา Kan Jang ซึ่งเป็นยาผสมที่ควบคุมปริมาณของสารสกัด SHA-10 ของฟ้าทะลายโจรร่วมกับสารสกัด SHE-3 ของ Eleutherococcus senticosus ในโรคติดเชื้อของทางเดินหายใจส่วนต้นแบบเฉียบพลัน รวมทั้งไซนัสอักเสบออกมาอีกหลายรายงาน พบว่า Kan Jang ช่วยบรรเทา อาการต่างๆ เช่น อาการปวดศีรษะ อาการของจมูกและลำคอ ความรู้สึกไม่สบาย และมีไข้ได้
มีการวิจัยเปรียบเทียบการใช้ยา Kan Jang กับยา Immunal ซึ่งเป็นสารสกัดของ Echinacea purpurea ร่วมกับการรักษามาตรฐานในการรักษาโรคหวัดที่ไม่มีอาการแทรกซ้อน (uncom;licated common cold) ในเด็ก พบว่าเมื่อให้ยาตั้งแต่เริ่มมีอาการใหม่ ๆ Kan Jang มีประสิทธิผลดีกว่า Immunal โดยทำให้อาการต่าง ๆ รุนแรงน้อยกว่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งการช่วยลดปริมาณน้ำมูกและอาการคัดจมูก ช่วยเร่งให้หายเร็วขึ้นและใช้ยาแผนปัจจุบันน้อยกว่า
         4.2.4 การป้องกันการติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะ มีการทดลองใช้สมุนไพรฟ้าทะลายโจรในการป้องกันการติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะ หลังจากการทำ extracorporeal shock wave lithotripsy พบว่าหลังได้รับยาไป 1 เดือน ฟ้าทะลายโจรในขนาด 1,000 มิลลิกรัม วันละ 3 ครั้ง ได้ผลดีพอ ๆ กับ cotrimoxazole ขนาด 50 มิลลิกรัม วันละ 2 ครั้ง ในการลดหนองเลือดหรือโปรตีนในปัสสาวะ
         4.2.5 ประสิทธิผลในการรักษาโรคปริทันต์อักเสบ (Periodontitis) ฟ้าทะลายโจรมีฤทธิ์ยังยั้งเชื้อ Porphyromonas gingivalis  จึงมีการพัฒนาตำรับบาเจล ฟ้าทะลายโจรเพื่อทดสอบประสิทธิผลในการรักษาโรคปริทันต์อักเสบ โดยศึกษาเปรียบเทียบผลทางคลินิกและทางจุลชีววิทยาของเจลฟ้าทะลายโจรและขี้ผึ้งยา minocycline ที่ใช้ใส่ใต้เหงือก เพื่อเสริมการรักษาผู้ป่วยโรคปริทันตค์ อักเสบเริ่มเร็ว (early onset periodontitis) ในระยะเวลา 4 เดือน โดยผู้ป่วยต้องมีรากฟันเดียวอย่างน้อย 2 ซี่ ที่มีร่องลึกปริทันต์เมื่อเริ่มต้นมากกว่าหรือเท่ากับ 5 มิลลิเมตร พบว่าเมื่อใช้เจลฟ้าทะลายโจรร่วมกับการเกลารายฟันจะได้ผลใกล้เคียงกับการใช้ขี้ผึ้งยา minocycline เมื่อใช้ร่วมกับการเกลารากฟัน
จากการศึกษาประสิทธิผลของยาอมใต้ลิ้น (sublingual administration) ของเจลฟ้าทะลายโจรซึ่งใช้เป็น adjunct ในการรักษาโรค periodontitis เปรียบเทียบกับยา metronidazole gel ในผู้ป่วย 10 ราย ที่มี periodontitis รวม 60 pockets นาน 49 วัน พบว่าเจลฟ้าทะลายโจรให้ผล adjunctive effect ได้เทียบเท่ากับ metronidazole และยังได้ผลต้านจุลินทรีย์ดีกว่า minocycline gel เมื่อใช้ใน root planting
         4.2.6 การรักษาโรค Familial Mediterranean Fever (FMF) มีการทดลองใช้ยา ImmunoGuard ซึ่งประกอบด้วยสารสกัดจากฟ้าทะลายโจร, Eleulherrococcus senticosus, Schzandra chinensis, Glycyrrhiza glabra ที่ควบคุมปริมาณของ andrographolide (4 มิลลิกรัมต่อเม็ด), eleuteroside E, schisandrins และ glycyrrhizin ในผู้ป่วยโรค FMF ครั้งละ 4 เม็ด วันละ 3 ครั้งเป็นเวลา 1 เดือน โดยคิดเป็นขนาด andrographolide 48 มิลลิกรัมต่อวัน พบว่าทำให้ระยะเวลาความถี่และความแรงของอาการ และอาการต่าง ๆ เช่น อาการที่ท้องหรือหน้าอก อาการไข้ ปวดข้อ ปวดกล้ามเนื้อ จะดีขึ้นในกลุ่มที่ได้รับยา ImmunoGuard เมื่อเทียบกับกลุ่มที่ได้รับยาหลอก60
         4.2.7 การวิจัยทางคลินิกระยะที่ 1 ในผู้ติดเชื้อ HIV และคนปกติ การวิจัยทางคลินิกระยะที่ 1 ในผู้ติดเชื้อ HIV 13 รายและในคนปกติ 5 ราย เพื่อศึกษาความปลอดภัยและผลต่อระดับของ plasma virion HIV-1 RNA และ CD4 lymphocyte โดยมีแผนเพิ่มขนาดของ andrographolide จาก 5 เป็น 10 และ 20 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม ในทุก 3 สัปดาห์ แต่การวิจัยต้องหยุดลงในสัปดาห์ที่ 6 เมื่อมี anaphylactic reaction เกิดขึ้นในผู้ป่วย 1 ราย ผู้ป่วยที่ได้รับ andrographolide 10 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม มีระดับ CD4 เพิ่มขึ้น แต่ระดับ HIV-1 RNA ไม่เปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญตลอดการทอลอง61

 5. พิษวิทยา (toxicology)
         5.1 การศึกษาความเป็นพิษเฉียบพลัน พิษกึ่งเรื้อรัง และพิษเรื้อรัง
         การทดสอบพิษเฉียบพลัน ไม่พบพิษจากการให้สารสกัดฟ้าทะลายโจรซึ่งเตรียมจากใบ 20 กรัม และน้ำ 600 มิลลิลิตร ในหนูและกระต่ายด้วยขนาด 10 มิลลิลิตรต่อ 1 กิโลกรัม ให้หนูกินผง ใบแห้งขนาด 2 กรัมต่อกิโลกรัม สารสกัดฟ้าทะลายโจรด้วยแอลกอฮอล์ 2.4 กรัมต่อกิโลกรัม หรือผงใบขนาด 3 กรัมต่อกิโลกรัม ไม่พบพิษต่อหนูทั้งสองเพศ62 ป้อนสารสกัดฟ้าทะลายโจรด้วยแอลกอฮอล์ 50% ในขนาด 15 กรัมต่อกิโลกรัมไม่พบพิษ ขนาดที่ทำให้สัตว์ทดลองตายครึ่งหนึ่ง (LD50) เมื่อให้ทางปากและฉีดเข้าผิวหนังมีขนาดมากกว่า 15 กรัมต่อกิโลกรัม และสำหรับการฉีดเข้าช่องท้องมีขนาด 14.98 กรัมต่อกิโลกรัม
สารสกัดฟ้าทะลายโจรด้วยแอลกอฮอล์ 50% ไม่ทำให้เกิดอาการพิษเฉียบพลันในหนูถีบจักร และมีขนาดของ LDเมื่อให้ทางปากและใต้ผิวหนังมากกว่า 15 กรัมต่อกิโลกรัม และเท่ากับ 14.98 กรัมต่อกิโลกรัม เมื่อให้ทางช่องท้อง
จากการทดสอบพิษแบบเฉียบพลันของเจลฟ้าทะลายโจร ซึ่งได้จากสารสกัดฟ้าทะลายโจรด้วยแอลกอฮอล์ 95% ผสมกับเจลน้ำมันซึ่งมีส่วนประกอบของน้ำมันถั่วเหลือง พบว่าไม่มีความเป็นพิษ LD > 2 กรัมต่อกิโลกรัม
การทดสอบพิษกึ่งเรื้อรัง พบว่าเมื่อให้ผงใบฟ้าทะลายโจรในขนาด 200 และ 400 กรัมต่อกิโลกรัมวันเว้นวัน เป็นเวลา 4 สัปดาห์ ไม่พบความแตกต่างจากกลุ่มควบคุม นอกจากนี้การให้หนูกินในขนาดต่างๆ คือ 50, 100, 150 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม วันเว้นวัน เป็นเวลา 14 สัปดาห์ ไม่พบพิษเช่นกัน หนูที่ได้รับ 150 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม จะมีอัตราการโตช้าลงเล็กน้อย5เมื่อฉีดสารสกัดฟ้าทะลายโจรทั้งต้นด้วยเมทานอล-น้ำ (1:1) เข้าช่องท้องของหนูถีบจักร ขนาดที่ทำให้สัตว์ทดลองรายครึ่งหนึ่งมีค่ามากกว่า 1 กรัมต่อกิโลกรัม64
ส่วนผลการศึกษาพิษเรื้อรังของผงฟ้าทะลายโจรในหนูขาวพันธุ์วิสตาร์ เมื่อให้ทางปากในขนาด 0.12 , 1.2 และ 2.4 กรัมต่อกิโลกรัมต่อวัน ติดต่อกันนาน 6 เดือน พบว่าไม่ก่อให้เกิดพิษใน หนูขาว
         5.2 การศึกษาความเป็นพิษต่อระบบสืบพันธุ์ของหนูเพศผู้และเพศเมีย
มีรายงานว่าเมื่อกรอกผงใบฟ้าทะลายโจรแก่หนูขาวในขนาด 20 มิลลิกรัมต่อวัน เป็นเวลา 60 วัน มีผลหยุดการสร้างสเปิร์ม ทำให้เกิดการเปลี่บยแปลงใน seminiferous tubule, leydig cells, epididymis, seminal besicle, bentral prostate และ coagulating gland เกิดการสะสมของ glycogen และคอเลสเตอรอลในอัณฑะและเพิ่ม activites ของเอนไซม์  lactate dehydrogenase ในอัณฑะ และเอนไซม์ alkaline phosphatase ในอันณฑะ และ ventral prostate และเมื่อกรอก andrographolide แก่หนูเพศผู้อายุ 3 เดือนเป็นเวลา 48 วัน พบว่ามีผลลดจำนวนสเปิร์ม ทำให้สเปิร์มไม่เคลื่อนไหวและบางส่วนมีลักษณะผิดปกติ และเกิดความผิดปกติของ seminiferous tubule นอกจากนี้ พบว่าสารสกัดฟ้าทะลายโจรสามารถยังยั้ง voltage-operated calcium channel ใน vas deferens ของหนูขาว จึงมีผลยังยั้ง calcium influxได้
          อย่างไรก็ตาม มีการศึกษาความเป็นพิษของสารสกัดฟ้าทะลายโจรด้วยแอลกอฮอล์ 70% ต่อระบบสืบพันธุ์ของหนูเพศผู้ โดยให้สารสกัดทางปากนาน 60 วัน พบว่า ไม่ก่อให้เกินพิษต่ออัณฑะ และไม่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของรูปร่าง หรือหน้าที่ของ leydig cells  ในเพศเมีย พบว่า เมื่อเอาผงใบฟ้าทะลายโจรที่ทำให้แห้งด้วยการตากแดดมาผสมกับอาหารแล้วให้หนูถีบจักรเพศเมียกินในขนาด 2 กรัมต่อกิโลกรัมก่อวัน นาน 6 สัปดาห์ พบว่าไม่มีหนูตัวใดตั้งท้องเมื่อผสมกับหนูเพศผู้ที่ไม่ได้รับยา ขณะที่หนูกลุ่มควบคุมตั้งท้อง 92.2%
          มีรายงานการศึกษาว่าเมื่อฉีดน้ำต้มฟ้าทะลายโจรเข้มข้น 50% ทางช่องท้องแก่หนูถีบจักรมีผลทำให้หนูแท้งได้ และถ้าฉีด progesterone ร่วมกันเฮอร์โมน LH-RH พร้อมกับให้ฟ้าทะลายโจร จะป้องกันการแท้งในช่วงระยะแรกของการตั้งครรภ์ได้ จึงคิดว่าฟ้าทะลายโจรอาจมีผลด้านฤทธิ์ของ progesterone จึงทำให้เกิดการแท้ง
ขึ้น70 แต่เมื่อให้สารสกัดใบฟ้าทะลายโจรที่มี andrographolide 4.6% และ 14-deoxy-andrographolide 2.3% (หรือคิดเป็น total andrographolide 6.9%) ทางปากแก่หนูขาวในขนาด 200-2000 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม ในช่วง 19 วันแรกของการตั้งครรภ์ ไม่มีผลต่อระดับของ progesterone ที่สูงขึ้นในเลือดของหนูที่ตั้งครรภ์ ดังนั้น ฟ้าทะลายโจรจึงไม่น่าออกฤทธิ์ผ่านการยังยั้ง progesterone ในการทำให้หนูแท้ง

6. ข้อห้ามใช้ (contraindication)
      -ห้ามใช้ในผู้ที่มีอาการแพ้ฟ้าทะลายโจร
      -สตรีตั้งครรภ์และให้นมบุตรไม่ควรใช้เนื่องจากอาจทำให้เกิดทารกวิรูปได้
      -ประสิทธิผลในการบรรเทาอาการไข้เจ็บคอของฟ้าทะลายโจร น่าจะเกิดจากฤทธิ์ลดไข้และฤทธิ์ด้านการอักเสบมากกว่าฤทธิ์ด้านเชื้อแบคทีเรีย ดังนั้น เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ป่วยได้รับอันตรายที่เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย Streptococcus group A ซึ่งอาจทำให้เกิด-วะแทรกซ้อนที่รุนแรงตามมา เช่น ไข้รูห์มาติค โรคหัวใจรูห์มาติค และไตอักเสบ จึงมีข้อห้ามใช้ฟ้าทะลายโจรสำหรับแก้เข็บคอในกรณีต่าง ๆ ต่อไปนี้
         -ในผู้ป่วยที่มีอาการเจ็บคอเนื่องจากติดเชื้อ Steptococcus group A
         -ในผู้ป่วยที่มีประวัติเป็นโรคไตอักเสบ เนื่องจากเคยติดเชื้อนี้
         -ในผู้ป่วยที่มีประวัติเป็นโรคหัวใจรูห์มาติค
         -ในผู้ป่วยที่มีอาการเจ็บคอเนื่องจากมีการคิดเชื้อแบคทีเรีย และมีอาการรุนแรง เช่น มีตุ่มหนองในคอ มีไข้สูง หนาวสั่น

7. ข้อควรระวัง (precaution)
ฟ้าทะลายโจรอาจทำให้เกิดอาการแพ้ (allergic reaction) ได้ตั้งแต่อาการผื่นคัน ลมพิษ จนถึงการแพ้ขึ้นรุนแรงแบบ anaphylactic shock ถ้าให้โดยการฉีดหรือในขนาดสูง
หากใช้ติดต่อกันเป็นเวลานาน อาจทำให้แขนขามีอาการชาหรืออ่อนแรง
หากใช้ฟ้าทะลายโจรติดต่อกัน 3 วันแล้วไม่หาย หรือมีอาการรุนแรงขึ้นระหว่างใช้ยา ควรหยุดใช้และไปพบแพทย์
เนื่องจากมีความเป็นไปได้ที่จะเกิด anaphylactic reaction จากสารสกัดฟ้าทะลายโจร จึงไม่ควรใช้ในรูปแบบยาฉีดและมีรายงานว่าฟ้าทะลายโจรทำให้เกิดการแท้งได้ ดังนั้นทางองค์การอนามัยโลกจึงแนะนำว่าสตรีมีครรภ์ไม่ควรใช้ฟ้าทะลายโจร

8. อาการไม่พึงประสงค์ ( adverse effect)
    ในผู้ป่วยบางราย ฟ้าทะลายโจรอาจทำให้เกิดอาหารผิดปกติของทางเดินอาหาร เช่น ปวดท้อง ท้องเดิน คลื่นไส้ เบื่ออาหาร หรือมีอาการปวดเอว วิงเวียนศีรษะ ใจสั่น และอาจเกิดลมพิษได้ หากมีอาการดังกล่าวควรหยุดใช้ฟ้าทะลายโจรและเปลี่ยนไปใช้ยาอื่นแทน

9. รูปแบบและความแรง (dosage form and strength)

   ยาแคปซูล ยาเม็ด ยาเม็ดลูกกลอน ที่มีผงฟ้าทะลายโจรแห้ง 250 มิลลิกรัม, 500มิลลิกรัม ควรเก็บยานี้ในภาชนะบรรจุปิดสนิท ป้องกันแสง และความชื้น


10. ขนาดและวิธีใช้ (dose and mode of administration)
   บรรเทาอาการท้องเสียไม่ติดเชื้อ รับประทานครั้งและ 500 มิลลิกรัม -2 กรัม วันละ 4 ครั้ง หลังอาหารและก่อนนอน
   บรรเทาอาการเจ็บคอ รับประทานครั้งละ 1.5-3 กรัม วันละ 4 ครั้ง หลังอาหารและก่อนนอน

   บรรเทาอาการหวัด รับประทานครั้งละ 1.5-3 กรัม วันละ 4 ครั้ง หลังอาหารและก่อนนอน


เอกสารอ้างอิง
1.บัญชียาจากสมุนไพร พ.ศ.2549 (List of Herbal Medicinal Products A.D.2006)
ตามประกาศคณะกรรมการแห่งชาติด้านยา (ฉบับที่ 5) พ.ศ.2549
เรื่อง บัญชียาหลักแห่งชาติ พ.ศ.2547 (ฉบับที่ 4)
คณะกรรมการแห่งชาติด้านยา National Drug Committee ISBN : 974-244-217-7