ขิง : จิงเจอร์ริกซ์ แคปซูล

รายละเอียด

ส่วนประกอบ

ในตัวยา 1 แคปซูล 600 มก. มีส่วนประกอบสำคัญดังนี้
ผงเหง้าขิง 500 มก. ซึ่งมีน้ำมันหอมระเหยไม่น้อยกว่า 10 มก.


วิธีรับประทาน

  1. สำหรับบรรเทาอาการท้องอืด ขับลม รับประทานครั้งละ 2-4 แคปซูล วันละ 2 ครั้ง
  2. สำหรับบรรเทาอาการคลื่นไส้ อาเจียน จากการเมารถ เมาเรือ รับประทานครั้งละ 2-4 แคปซูล ก่อนหรือหลังเดินทาง
  3. สำหรับบรรเทาอาการคลื่นไส้ อาเจียน หลังจากการผ่าตัด รับประทานครั้งละ 2 แคปซูล ก่อนการผ่าตัด 1 ชั่วโมง

ข้อควรระวัง

  1. ควรระวังการรับประทานขิงรวมกับยาในกลุ่ม anticoagulant
  2. ผู้ป่วยโรคนิ่วควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทาน
  3. ไม่แนะนำให้รับประทานในเด็กอายุต่ำกว่า 6 ขวบ

ขนาดบรรจุ

กล่องละ 100 แคปซูล ( 10 แผง x 10 แคปซูล)

Product Description

ขิง

1.ชื่อสามัญ

  • (ไทย) ขิง
  • (อังกฤษ) Ginger
  • ชื่อวิทยาศาสตร์ Zingiber officinale Roscoe
  • ชื่อวงศ์ Zingiberaceae

2.องค์ประกอบ

เหง้าขิง (dried rhizome) ควรมีน้ำมันหอมระเหย ไม่น้อยกว่า 2%


3.ข้อบ่งใช้ (indication)

ป้องกันและบรรเทาอาการคลื่นไส้ อาเจียน จากการเมารถ เมาเรือ (prophylaxis and relief of nausea and vomiting associated wits motion sickness ) ป้องกันอาการคลื่นไส้ อาเจียน หลังการผ่าตัด (prevention of postoperative nausea and vomiting) ตามตำราแพทย์แผนไทยใช้เพื่อบรรเทาอาการท้องอืด จุกเสียด แน่นท้อง (แก้ลมในกองไฟธาตุให้กระจาย แก้จุกเสียด แก้ลมพรรดึก หมายถึง ช่วยขับลมในกรณีท้องผูก) (dyspepsia3)


4.เภสัชวิทยา (pharmacology)
4.1 ฤทธิ์ทางเภสัชวิทยา (experimental pharmacology)
4.1.1 ฤทธิ์ต่อระบบทางเดินอาหาร สารสกัดเหง้าขิงด้วยอะซีโตน มีฤทธิ์ทำให้เพิ่มการหลั่งน้ำดีในลำไส้เล็กส่วนต้นของหนู
หลังจากได้รับสารสกัดเหง้าขิง 3 ชั่วโมง โดยสารสกัดเหง้าขิงด้วยน้ำ ไม่มีฤทธิ์เพิ่มการหลั่งน้ำดี พบว่าสารที่ออกฤทธิ์นี้คือ gingerol นอกจากนี้การให้สารสกัดเหง้าขิง ในขนาดรับประทาน 75 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม ในหนูสามารถเพิ่มการเคลื่อนไหวของกระเพาะและลำไส้ได้ โดยมีฤทธิ์เท่ากับหรือน้อยกว่าฤทธิ์ของ metoclopramide ในขนาด 10 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม และ domperidone เพียงเล็กน้อยเท่านั้น8
4.1.2 ฤทธิ์ต้านเชื้อ Helicobacter pylori สารสกัดด้วยขิงเมทานอล สามารถยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อ Helicobacter pylori 19 สายพันธุ์ รวมทั้งสายพันธุ์ cagA+ ซึ่งมีความสัมพันธ์กับการเกิดมะเร็งกระเพาะอาหารและลำไส้ใหญ่ และส่วนสกัดย่อยของสารสกัดด้วยเมทานอล ซึ่งมี gingerols เป็นสารสำคัญ สามารถยับยั้งเชื้อดังกล่าวได้ที่ MIC 0.78-12.5 ไมโครกรัมต่อมิลลิลิตร
4.2 ผลการวิจัยทางคลินิก (clinical pharmacology)
4.2.1 ฤทธิ์ป้องกันและบรรเทาอาการคลื่นไส้ อาเจียน จากการเมารถ เมาเรือ ขิงผงขนาด 940 มิลลิกรัมมีประสิทธิผลดีกว่า dimemhydrinate ขนาด 100 มิลลิกรัม ในการป้องกันการเกิด motion sickness จากการนั่งเก้าอี้หมุน10จากการออกฤทธิ์ผ่านทางเดินอาหารโดยการเพิ่มการเคลื่อนไหวของกระเพาะ จากการศึกษาในนักเรียนนายเรือ พบว่าขิงผง 1 กรัม สามารถลดแนวโน้ม ในการเกิดการอาเจียน และอาการเหงื่อออกตัวเย็น (cold sweat ) จากการเมาเรือได้ดีกว่ายาหรอกอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติหลังรับประทานยา 4 ชั่วโมง ในการเปรียบเทียบประสิทธิผลในการป้องกันการเมาเรือของยา 7 ชนิด ได้แก่ cinnarizine,cinnarizine + domperidone, cyclizine, dimenhydrinate + caffeine, ginger root, meclozine + caffeine, scopolamine TTS ในอาสาสมัคร 1489 ราย แบบ double-blind, randomized controlled trial พบว่าขิงมีประสิทธิผลไม่แตกต่างกับยาอื่น
มีการศึกษาพบว่าขิงผงขนาด 1 กรัมต่อวัน สามารถป้องกันอาการคลื่นไส้ เมาเรือได้ และการเพิ่มขนาดใช้เป็น 2 กรัมต่อวัน ไม่ทำให้ประสิทธิผลในการป้องกันเพิ่มขึ้น
   4.2.2 ฤทธิ์บรรเทาอาการคลื่นไส้ อาเจียน ในหญิงตั้งครรภ์ จากการศึกษาในหญิงตั้งครรภ์ 3 เดือนแรก จำนวน 27 ราย พบว่าขิงผงในขนาด 1 กรัมต่อวัน แบ่งให้วันละ 4 ครั้ง รับประทานติดต่อกัน 4 วัน ให้ผลบรรเทาอาการคลื่นไส้ได้ดีกว่ายาหลอก15 ส่วนการศึกษาในประเทศไทย ในสตรีมีครรภ์ 70 ราย พบว่ากลุ่มที่รับประทานขิงขนาด 1 กรัมต่อวัน นาน 4 วัน มีความรุนแรงของอาการคลื่นไส้และจำนวนครั้งของอาการอาเจีนน้อยกว่ากลุ่มที่ได้รับยาหลอก16นอกจากนี้ยังมีการศึกษาโดยให้หญิงที่ตั้งครรภ์ไม่เกิน 20 สัปดาห์จำนวน 120 คน รับประทานสารสกัดขิงขนาด 125 มิลลิกรัม(เทียบเท่าขิงแห้ง 1.5 กรัม) วันละ 4 ครั้ง นาน 4 วัน พบว่ากลุ่มที่ได้รับสารสกัดขิงมีอาการคลื่นไส้และ retching (การขย้อน) น้อยกว่ากลุ่มที่ได้รับยาหลอก17 ส่วนการศึกษาประสิทธิผลของยาน้ำเชื่อมขิง (ginger syrup) 1 ช้อนโต๊ะ ผสมในน้ำร้อนหรือน้ำเย็น 4-8 ออนซ์ วันละ 4 ครั้ง พบว่า 67% (8 ใน 12 ราย) ของกลุ่มที่รับประทานยาน้ำเชื่อมขิงหยุดอาเจียนในวันที่ 6 เทียบกับ 20% (2 ใน 10 ราย) ในกลุ่มที่ได้รับยาหลอก
อย่างไรก็ตาม มีหลายหน่วยงานเช่น Commission E, The American Herbal Products Association (AHPA), Health Canada ได้ระบุห้ามใช้เหง้าขิง(แห้ง) ในสตรีมีครรภ์
4.2.3 ฤทธิ์ป้องกันและบรรเทาอาการคลื่นไส้ อาเจียน ในผู้ป่วยหลังการผ่าตัด การศึกษาเปรียบเทียบประสิทธิผลในการบรรเทาอาการคลื่นไส้ อาเจียนของขิงกับยาหลอก และ metoclopramide ในหญิงที่ได้รับการผ่าตัดแบบ gynecological surgery 60 ราย พบว่าประสิทธิผลในการบรรเทาอาการคลื่นไส้ อาเจียนของขิงและ metoclopramide ไม่ต่างกันแต่ให้ประสิทธิผลดีกว่ายาหลอกอย่างมีนัยสำคัญ19เช่นเดียวกับการศึกษาในผู้ป่วยหญิงที่ได้รับการผ่าตัดแบบ laparoscopic gynecological 120 ราย เปรียบเทียบระหว่างขิง,metoclopramide และยาหลอก การเกิดอาการคลื่นไส้ อาเจียนในผู้ป่วยที่ได้รับขิงกับ metoclopramide ใกล้เคียงกันและเกิดน้อยกว่าผู้ป่วยที่ได้รับยาหลอก ความต้องการยาแก้คลื่นไส้ อาเจียนในผู้ป่วยที่ได้รับขิงมีน้อยกว่า และอาการข้างเคียง เช่น การสงบประสาท (sedation), การเคลื่อนไหวผิดปกติ (abnormal movement), อาการคัน(itch) และการรบกวนการเห็น (visual disturbance) ระหว่างผู้ป่วยทั้ง 3 กลุ่ม ไม่แตกต่างกัน20นอกจากนี้ การศึกษาในประเทศไทยในผู้ป่วยที่ได้รับการผ่าตัด laparoscopic gynecological surgery 80 ราย แบ่งเป็นกลุ่มที่ได้รับขิง 2 แคปซูล (1 แคปซูลบรรจุขิง 500 มิลลิกรัม) และกลุ่มที่ได้รับยาหลอก 2 แคปซูล ก่อนดำเนินการ (ก่อนผ่าตัด 1 ชั่วโมง โดยประเมินจากค่า visual analog nausea score (VANS) และจำนวนครั้งในการเกิด (incidence) อาการอาเจียนที่ 2,4 และ 24 ชั่วโมงหลังการผ่าตัด พบว่าค่า VANS ในกลุ่มที่ได้รับขิงน้อยกว่ากลุ่มที่ได้รับยาหลอกอย่างมีนัยสำคัญที่ 2 และ 4 ชั่วโมงหลังการผ่าตัด แต่ไม่แตกต่างกันที่ 24 ชั่วโมง ส่วนการเกิด(incidence) และความถี่ (frequency) ของการอาเจียนในกลุ่มที่ได้รับขิงน้อยกว่ากลุ่มที่ได้รับยาหลอก แต่ไม่แตกต่างอย่างมีนัยสำคัญ
ในช่วงแรกแม้ผลการศึกษาแบบ systematic review พบว่า การใช้ขิงในผู้ป่วยหลังการผ่าตัด ไม่ได้ผลและไม่มีหลักฐานที่แน่ชัดในการบรรเทาอาการคลื่นไส้ อาเจียนหลังการผ่าตัด22,23 แต่ในระยะต่อมาได้มีการศึกษาแบบ meta – analysis ที่โต้แย้งผลดังกล่าว ซึ่งมีความแตกต่างของการศึกษาที่นำมาวิเคราะห์ลดลงโดยเฉพาะขนาดยาและการวัดประสิทธิผล รวมทั้งได้นำผลการศึกษา randomized placebo-controlledtrial ที่เพิ่งวิจัยเสร็จอีก 1 รายงาน เข้าไว้ด้วย ผลการศึกษาพบว่า ขิงขนาดไม่น้อยกว่า 1 กรัมมีประสิทธิภาพมากกว่ายาหลอกในการป้องกันอาการคลื่นไส้ อาเจียนหลังการผ่าตัด หรืออาการอาเจียนหลังการผ่าตัด
4.2.4 ฤทธิ์บรรเทาอาการคลื่นไส้ อาเจียน ในผู้ป่วยที่ได้รับเคมีบำบัด การรักษาผู้ป่วยโรคมะเร็งด้วยเคมีบำบัดมีผลข้างเคียงที่พบบ่อยที่สุดคือ อาการคลื่นไส้ อาเจียนซึ่งค่อนข้างรุนแรง จึงได้มีการศึกษาโดยให้ผู้ป่วย gynecologic cancer จำนวน 48 คน ที่ได้รับ cisplatin เพื่อการรักษามะเร็ง โดยผู้ป่วยจะได้รับยาแก้คลื่นไส้ อาเจียนมาตรฐานในวันแรก (standard antiemetic) กลุ่มที่ได้รับยาขิง จะรับประทานขิงผงแคปซูลขนาด 1 กรัมต่อวัน นาน 5 วัน เริ่มรับประทานตั้งแต่วันแรกที่ได้รับการรักษามะเร็ง สำหรับกลุ่มที่ได้รับยาหลอกและ metoclopramide จะได้รับยาหลอกในวันแรกของการรักษามะเร็ง หลังจากนั้นจึงได้รับ metoclopramide นาน 4 วัน และมีการสลับระหว่างกลุ่มทั้งสองในรอบการรักษาถัดไป (next cycle) พบว่าการควบคุมอาการคลื่นไส้ อาเจียน ไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทั้งใน acute phase และ delay phase ในขณะที่มีอาการกระสับกระส่าย (restlessness) ในกลุ่มที่ได้รับยาหลอกและ metoclopramide เกิดขึ้นได้มากกว่าในกลุ่มที่ได้รับยาขิง ดังนั้นยาขิงใน acute phase ไม่สามารถบรรเทาอาการคลื่นไส้ อาเจียนได้ ส่วนใน delay phase มีประสิทธิผลไม่แตกต่างจากการให้ metoclopramide อย่างมีนัยสำคัญ
4.2.5 ฤทธิ์บรรเทาอาการอักเสบ ผู้ป่วย Osteoarthritis บริเวณเข่าที่มีความปวดระดับปานกลางถึงรุนแรง 261 ราย ได้รับสารสกัดขิงหรือยาหลอกวันละ 2 ครั้ง พบว่าขิงสามารถบรรเทาอาการปวดดีกว่ายาหลอกได้อย่างมีนัยสำคัญ และมีอาการไม่พึงประสงค์ (adverse effect) บริเวณทางเดินอาหารในกลุ่มที่ได้รับสารสกัดขิง (51 ราย) มากกว่ากลุ่มที่ได้รับยาหลอก (29 ราย) ดังนั้นสารสกัดขิงสามารถบรรเทาอาการปวดได้ในระดับปานกลาง มีความปลอดภัยสูงโดยมีเพียงอาการไม่พึงประสงค์บริเวณทางเดินอาหารอย่างอ่อนเท่านั้น25ในการศึษาการบรรเทาอาการปวดในผู้ป่วย osteoarthritis บริเวณเข่าและสะโพก โดยดูจากค่า visual analogue scale ของอาการปวดเปรียบเทียบกันระหว่างยา ibuprofen, สารสกัดขิง และยาหลอก ปรากฎว่ายา ibuprofen มีฤทธิ์ในการบรรเทาปวดได้ดีกว่าสารสกัดขิง และยาหลอกตามลำดับ แต่ในการศึกษาแบบ cross-over ฤทธิ์บรรเทาปวดระหว่างสารสกัดขิงกับยาหลอกไม่มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ26เช่นเดียวกับการศึกษาในผู้ป่วยข้อเข่าอักเสบ (gonarthritis) 29 ราย ที่ได้รับสารสกัดขิง (เหง้าขิง 250 มิลลิกรัม วันละ 4 ครั้ง) นาน 6 เดือน สารสกัดขิงมีประสิทธิผลในระยะ 3 เดือนแรก เท่ากับยาหลอกแต่ในระยะ 3 เดือนหลังการ cross-over สารสกัดขิงสามารถบรรเทาปวดได้ดีกว่ายาหลอก อย่างมีนัยสำคัญ


5.พิษวิทยา (toxicology )

การศึกษาแบบ in vitro พบว่าgingerol และ shogaol มีฤทธิ์เป็นสารก่อการกลายพันธุ์ได้ 15,28 โดย gingerol จะมีฤทธิ์เป็นสารก่อการกลายพันธุ์ที่แรงกว่า shogaol ในขณะที่ zingerone ซึ่งมีอยู่ในขิงด้วยนั้น ก็มีฤทธิ์เป็นสารต้านการกลายพันธุ์ได้เช่นกัน15,29


6. ข้อห้ามใช้ (contraindication)

ยังไม่มีข้อมูล


7. ข้อควรระวัง (precaution)

ควรระมัดระวังในการรับประทานขิงร่วมกับยาในกลุ่ม anticoagulant, ผู้ป่วยโรคนิ่วควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทานขิง1,30และไม่แนะนำให้รับประทานในเด็กอายุต่ำกว่า 6 ขวบ


8. อาการไม่พึงประสงค์ (adverse effect)

อาการแสบร้อนบริเวณทางเดินอาหาร อาการระคายเคืองบริเวณปากและคอ


9. รูปแบบและความแรง (dosage form and strength)

ยาแคปซูล ที่มีผงเหง้าขิง(แห้ง ) 250 มิลลิกรัม และ 500 มิลลิกรัม ยาผง ที่มีเหง้าขิง(แห้ง ) ซองละ 1 กรัม


10. ขนาดและวิธีใช้ (dose and mode of administration)

  • ฤทธิ์บรรเทาอาการท้องอืด ขับลม จุกเสียด แน่นท้อง รับประทาน 2-4 กรัมต่อวัน
  • ฤทธิ์บรรเทาอาการคลื่นไส้ อาเจียน จากการเมารถ เมาเรือ รับประทาน 1-2 กรัม
  • ฤทธิ์ป้องกันอาการคลื่นไส้ อาเจียน หลังการผ่าตัด รับประทานครั้งละ 1 กรัม ก่อนการผ่าตัด 1 ชั่วโมง

เอกสารอ้างอิง

1.บัญชียาจากสมุนไพร พ.ศ.2549 (List of Herbal Medicinal Products A.D.2006)
ตามประกาศคณะกรรมการแห่งชาติด้านยา (ฉบับที่ 5) พ.ศ.2549
เรื่อง บัญชียาหลักแห่งชาติ พ.ศ.2547 (ฉบับที่ 4)
คณะกรรมการแห่งชาติด้านยา National Drug Committee ISBN : 974-244-217-7