ขมิ้นชัน : คิวเมอร์ริกซ์ แคปซูล

รายละเอียด

ส่วนประกอบ

ใน 1 แคปซูล ประกอบด้วยผงเหง้าขมิ้นชัน 500 มก. ซึ่งมีปริมาณเคอร์คูมินอยด์ไม่น้อยกว่า 25 มก. และน้ำมันหอมระเหยไม่น้อยกว่า 30 มก.


วิธีใช้

รับประทานคร้งละ 1- 2 แคปซูล วันละ 4 ครั้ง หลังอาหารและก่อนนอน


ข้อห้ามใช้

ห้ามใช้ในผู้ที่ท่อน้ำดีอุดตัน ผู้ที่ไวต่อยานี้ ผู้ป่วยโรคนิ่วควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้ยา


ข้อควรระวัง

ควรระวังการใช้ในหญิงมีครรภ์ ยกเว้นภายใต้การดูแลของแพทย์ และควรระวังการใช้ในเด็ก


อาการไม่พึงประสงค์

ผิวหนังอักเสบจากการแพ้


ขนาดบรรจุ

กล่องละ 100 แคปซูล (10 แผง x 10 แคปซูล)

Product Description

ขมิ้นชัน

1.ชื่อสามัญ

(ไทย) ขมิ้นชัน (อังกฤษ) Turmeric ชื่อวิทยาศาสตร์ Curcuma longa L .1 Curcuma domestica Valeton (ชื่อพ้อง)
ชื่อวงศ์ Zingiberaceae ชื่อท้องถิ่น ขมิ้นชัน ขมิ้นแกง ขมิ้นหยอก ขมิ้นหัว ขี้มิ้น ตายอ สะยอ หมิ้น


2.องค์ประกอบ

เหง้าขมิ้นชัน ควรมีสารสำคัญ Curcuminoids ไม่น้อยกว่า 5 % และน้ำมันหอมระเหยไม่น้อยกว่า 6%


3.ข้อบ่งชี้ ( indication)

บรรเทาอาการแน่นจุกเสียด


4. เภสัชวิทยา ( pharmacology)

4.1 ฤทธิ์ทางเภสัชวิทยา ( experimental pharmacology)
4.1.1 ฤทธิ์ขับลม ฤทธิ์ขับลมของขมิ้นชันเป็นผลของน้ำมันหอมระเหย
4.1.2 ฤทธิ์ต้านการเกิดแผลในกระเพาะอาหาร ขมิ้นชันสามารถต้านการเกิดแผลในกระเพาะ โดยกระตุ้นการหลั่ง mucin มาเคลือบและยับยั้งการหลั่งน้ำย่อยต่างๆ สารสำคัญในการออกฤทธิ์ คือ Curcumin การศึกษาพบว่า Curcumin ในขนาด 50 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม สามารถกระตุ้นการหลั่ง mucin ออกมาเคลือบกระเพาะ8 แต่ถ้าใช้ในขนาดสูงอาจทำให้เกิดแผลในกระเพาะอาหารได้
4.1.3 ฤทธิ์ต้านเชื้อแบคทีเรีย เป็นที่ทราบกันแน่ชัดแล้วว่า เชื้อแบคทีเรีย Helicobacter เป็นต้นเหตุสำคัญของการเกิดแผลในกระเพาะอาหาร เนื่องจาก Helicobacter ทำให้เยื่อบุกระเพาะอาหารถูกย่อยทำลายโดยกรดและน้ำย่อยได้ง่ายขึ้น สารสกัดจากเหง้าขมิ้นชันร่วมกับเหง้าขิง (1:1) ด้วยเมทานอล มีฤทธิ์ยับยั้งเชื้อแบคทีเรีย Helicobacter pyroli ความเข้มข้นของสารต่ำสุดที่ออกฤทธิ์ในการยับยั้งได้ 50% (MIC50) เท่ากับ 50 ไมโครกรัมต่อมิลลิลิตร สารสกัดจากเหง้าขมิ้นชันแห้งด้วยเมทานอล และ Curcumin จากขมิ้นชัน สามารถยับยั้งการเจริญเติบโตของ H.pyroli 19 สายพันธุ์ รวมทั้งสายพันธุ์ cagA+ 5 สายพันธุ์ ค่า MIC อยู่ระหว่าง 6.25 – 50 ไมโครกรัมต่อมิลลิลิตร12 Foryst-Ludwig และคณะ ศึกษา Curcuminจากขมิ้นชันความเข้มข้น 40 หรือ 80 ไมโครโมล ไม่มีผลยับยั้ง H.pyroli เมื่อทดสอบโดยการนับจำนวน colony ของเชื้อแบคทีเรียที่ยังมีชีวิตอยู่ ไม่แตกต่างจาก colony ที่ไม่ได้รับ Curcumin แต่พบว่า Curcuminจะยับยั้งการทำงานของ NF-kappa B ซึ่งก่อให้เกิดการอักเสบโดยจะยับยั้งการสลายตัวของ IKBa การทำงานของเอนไซม์ IKB kinases a และ b และ NF-KB DNA-binding นอกจากนี้ยังยับยั้งการหลั่ง Interleukin และการเปลี่ยนแปลงของเซลล์ (cell scattering)
4.1.4 ฤทธิ์ลดการอักเสบ มีผู้รายงานผลการทดลองว่าพบฤทธิ์ลดการอักเสบของผงขมิ้นชัน น้ำคั้น สารสกัดขมิ้นชันด้วยปิโตรเลียนอีเทอร์ สารสกัดขมิ้นชันด้วยแอลกอฮอล์และน้ำ สารสำคัญในการออกฤทธิ์ลดการอักเสบ คือ Curcumin และอนุพันธ์ ซึ่งลดการักเสบได้ดี เมื่อเปรียบเทียบกับ Phenylbutazone พบว่ามีฤทธิ์พอๆกันในกรณีการอักเสบเฉียบพลัน ส่วนกรณีการอักเสบเรื้อรังมีฤทธิ์เพียงครึ่งเดียวเท่านั้น แต่ฤทธิ์ทำให้เกิดแผลน้อยกว่า Phenylbutazone การทดสอบฤทธิ์ของCurcumin และอนุพันธ์ที่สกัดจากขมิ้นชันพบว่า desoxycurcumin ออกฤทธิ์แรงที่สุด ได้มีผู้ทดลองสังเคราะห์อนุพันธ์ต่างๆของ Curcumin และนำมาทดสอบฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาพบว่าsodium curcuminate และ tetrahydrocurcumin ออกฤทธิ์ดีกว่า Curcumin โดย Curcumin จะมีฤทธิ์ลดการอักเสบ เป็นสัดส่วนกับขนาดที่ใช้จนถึงขนาด 30 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม เมื่อให้สูงกว่านี้ฤทธิ์จะลดลง ต่อมามีรายงานว่า Curcumin ออกฤทธิ์ยับยั้งการสังเคราะห์ leukotriene B4 ซึ่งทำให้เกิดการอักเสบ นอกจาก Curcumin แล้ว น้ำมันหอมระเหยในเหง้าขมิ้นชันยังมีฤทธิ์ลดการอักเสบอีกด้วย และมีฤทธิ์ต้านฮีสตามีนในระยะแรกของการอักเสบ โดยผ่านกระบวนการยับยั้ง trypsin หรือ hyaluronidase จากฤทธิ์ต้านการอักเสบของ Curcumin และน้ำมันหอมระเหยดังกล่าว ขมิ้นชันจึงมีผลช่วยบรรเทาอาการปวดท้องเนื่องจากแผลในกระเพาะอาหารได้
4.1.5 ฤทธิ์ขับน้ำดี ขมิ้นชันมีฤทธิ์ขับน้ำดี  สารสำคัญในการออกฤทธิ์ คือ Curcumin  และ P- tolyl- methylcarbinol ซึ่งสามารถขับน้ำดีและกระตุ้นการสร้างน้ำดี เมื่อฉีด sodium curcuminateเข้าหลอดเลือดในขนาด 25 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม มีฤทธิ์เพิ่มน้ำดีเกือบ 100% โดยไม่มีผลต่อความดันโลหิตและการหายใจ เมื่อฉีด sodium curcuminate เข้าหลอดเลือดในขนาด 25 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม พบว่าเพิ่มปริมาณน้ำดี แต่ลดปริมาณของแข็ง เพิ่มการขับ bile salt, bilirubin และ cholesterol แต่กรดไขมันไม่เปลี่ยนแปลง นอกจากนี้ cineole ทิ่พบในน้ำมันหอมระเหย ยังมีฤทธิ์กระตุ้นการขับน้ำดีด้วย จึงทำให้การย่อยดีขึ้นเป็นผลให้อาการจุกเสียดบรรเทาลง
4.1.6 ฤทธิ์ลดการบีบตัวของลำไส้ ในบางรายโดยเฉพาะผู้เป็นโรคแผลในกระเพาะอาหารมักจะมีอาการปวดเกร็งร่วมด้วย ขมิ้นชันมีฤทธิ์คลายกล้ามเนื้อเรียบ โดยออกฤทธิ์ต้าน acetylcholine, barium chloride และ serotonin
4.2 ผลการวิจัยทางคลินิก (clinical pharmacology)
4.2.1 การศึกษาประสิทธิผลในการรักษาอาการแน่นจุกเสียด ได้มีการทดลองในผู้ป่วยโรคท้องอืดท้องเฟ้อในโรงพยาบาล 6 แห่ง จำนวน 116 ราย แบ่งกลุ่มผู้ป่วยโดยวิธีสุ่มเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มที่ได้รับแคปซูลยาหลอก หรือยา flatulence หรือขมิ้นชัน ทุกกลุ่มรับประทานครั้งละ 2 แคปซูล วันละ 4 ครั้ง ก่อนอาหารและก่อนนอน นาน 7 วัน พบว่ากลุ่มที่ได้รับยาหลอกอาการดีขึ้นหรือหายไป 53% ขณะที่กลุ่มที่ได้รับยา flatulence หรือขมิ้นชันอาการดีขึ้นหรือหายไป 83% หรือ 87% ตามลำดับ ซึ่งแตกต่างจากกลุ่มที่ได้รับยาหลอกอย่างมีนัยสำคัญ อัตราการเกิดผลแทรกซ้อนที่เกิดขึ้นไม่แตกต่างกันระหว่าง 3 กลุ่ม เป็นอาการที่ไม่รุนแรงและหายเองได้
4.2.2 การศึกษาประสิทธิผลในการรักษาโรคแผลในทางเดินอาหาร การทดลองในผู้ป่วยที่ปวดท้องเนื่องจากโรคกระเพาะอาหารเป็นแผล รับประทานครั้งละ 3 แคปซูล วันละ 4 ครั้ง (รวม 4 กรัม) พบว่าได้ผลดีเช่นกัน ได้มีการทดลองผลการรักษาแผลในกระเพาะอาหารในคน พบว่าให้ผู้ป่วยรับประทานแคปซูลผงขมิ้นชัน 2 แคปซูล วันละ 4 ครั้ง พบว่า 5 คน หายใน 4 อาทิตย์และ 7 คน หายใน 4-12 อาทิตย์ จากการศึกษาประสิทธิผลในการรักษาโรคแผลในทางเดินอาหารในผู้ป่วย 25 ราย ที่ได้รับการส่องกล้องเพื่อดูตำแหน่งและขนาดของแผล (เส้นผ่าศูนย์กลาง 0.5 -1.5 เซนติเมตร) โดยให้ผู้ป่วยรับประทานขมิ้นชัน (300 มิลลิกรัมต่อแคปซูล) ครั้งละ 2 แคปซูล วันละ 5 ครั้ง 1/2 –1ชั่วโมง ก่อนรับประทานอาหารเมื่อเวลา 16.00 น. และก่อนนอน พบว่า 4 สัปดาห์หลังการรักษา แผลหายในผู้ป่วย 12 ราย (48%) 8 สัปดาห์หลังการรักษา แผลหายในผู้ป่วย 18 ราย (72%) 12 สัปดาห์หลังการรักษา แผลหายในผู้ป่วย 19 ราย (76%)
4.2.3 ฤทธิ์ลดการบีบตัวของลำไส้ มีการทดลองทางคลินิกในคนไข้ 440 คน อายุเฉลี่ย 48.5 ปี ทดลองโดยให้รับประทานขมิ้นชันวันละ 162 มิลลิกรัม พบว่ามีฤทธิ์ลดการบีบตัวของลำไส้ได้
4.2.4 การศึกษาประสิทธิผลในการรักษาอาการท้องเสีย รายงานจากอินโดนีเซียพบว่าขมิ้นชันสามารถใช้รักษาอาการท้องเสียได้
4.2.5 การศึกษาประสิทธิผลในการรักษาแผล ได้มีผู้ทดลองรักาแผลหลังผ่าตัด 40 ราย พบว่าให้ผลลดการอักเสบได้เหมือน phenylbutazone16

4.2.6 การศึกษาประสิทธิผลในการลด oxidative stress ในผู้ป่วยธาลาสซีเมีย การศึกษาฤทธิ์ลด oxidative stress ในผู้ป่วยโรค thalassemia /HbE 21 ราย ของ curcumin 500 มิลลิกรัมต่อวัน ติดต่อกัน 3 เดือน โดยคณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล พบว่าช่วยลด oxidative stress และเพิ่ม antioxidant enzymes ทั้ง superoxide dismutase และ glutathione peroxidase และเพิ่ม antioxidant glutathione ในเลือดผู้ป่วยได้
4.2.7 การศึกษาประสิทธิผลในการป้องกันยุงของน้ำมันหอมระเหย มีรายงานการศึกษาฤทธิ์ป้องกันยุงกัดของโลชั่นป้องกันยุงตำรับน้ำมันขมิ้นชัน (2.5%) โดยกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ พบว่าป้องกันการกัดของยุงลายบ้านได้นาน 7 ชั่วโมง และป้องกันการกัดของยุงลายสวน ยุงก้นปล่อง และยุงรำคาญได้นาน 8 ชั่วโมง
4.2.8 การศึกษาประสิทธิผลในการรัษาสิว มีรายงานการวิจัยทางคลินิกที่โรงพยาบาลพระยุพราชธาตุพนมถึงประสิทธิผลในการรักษาสิวของขมิ้นชัน พบว่า ผงขมิ้นชันทาหัวสิวจะช่วยทำให้สิวยุบเร็วกว่าและหายเร็วกว่า
4.2.9 การศึกษาผลต่อถุงน้ำดี จากการศึกษาผลของ curcumin ต่อปริมาตรของถุงน้ำดีในคนปกติ โดยใช้ ultrasound พบว่า curcumin 20 มิลลิกรัม กระตุ้นการบีบตัวของถุงน้ำดี ทำให้ถุงน้ำดีมีปริมาตรเล็กลง 29% ใน 2 ชั่วโมง และขนาดของ curcumin ที่ทำให้ปริมาตรของถุงน้ำดีลดลง 50% คือปริมาณ 40 มิลลิกรัม
4.2.10 การศึกษาประสิทธิผลในผู้ป่วยโรคมะเร็ง เมื่อให้สารสกัดขมิ้นชันขนาด 440 และ 2200 มิลลิกรัมต่อวัน (curcumin 36 และ180 มิลลิกรัม) นาน 4 เดือน แก่ผู้ป่วยโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ (colorectal cancer) ที่ดื้อต่อเคมีบำบัด 15 คน พบว่าผู้ป่วยทนยาได้ดี ไม่เกิดความเป็นพิษ ตรวจไม่พบ curcumin หรือ metabolites ของ curcumin ในเลือดหรือปัสสาวะผู้ป่วย แต่ตรวจพบ curcumin ในอุจจาระ สารสกัดขมิ้นชันขนาด 440 มิลลิกรัมทำให้ lymphocytic glutathione S-transferase activity ลดลง โดยไม่มีผลต่อการเกิด DNA adduct ในเม็ดเลือดขาว เมื่อให้ curcumin ในผู้ป่วยมะเร็งที่เป็นกลุ่ม high risk หรือมี pre –malignant lesion 25 คน โดยเริ่มตั้งแต่ขนาด 500 มิลลิกรัมต่อวัน แล้วเพิ่มขึ้นเป็น 1000, 2000, 4000, 8000, และ12,000 มิลลิกรัมต่อวันพบว่าไม่ทำให้เกิดพิษในขนาดที่ต่ำกว่า 8000 มิลลิกรัมต่อวัน เมื่อรับประทาน curcumin ระดับยาในเลือดขึ้นสูงสุดใน 1-2 ชั่วโมง แต่มีระดับต่ำ มีผู้ป่วย 2 ราย ที่กลายเป็นมะเร็งเต็มขั้นแม้ว่าจะได้รับ curcumin แต่มีผู้ป่วย 7คนที่ histology ของ precancerous lesion ดีขึ้น
4.2.11 การศึกษาในผู้ป่วยโรคเอดส์ ศึกษาฤทธิ์ต้านไวรัส HIV ของ curcumin ในผู้ติดเชื้อ 40 ราย ไม่พบว่าช่วยลด viral load หรือเพิ่ม CD4
4.2.12 การศึกษาประสิทธิผลในผู้ป่วยม่านตาและ ciliary body อักเสบเรื้อรัง ทดลองใช้ curcumin 375 มิลลิกรัม วันละ 3 ครั้ง นาน 12 สัปดาห์ ในผู้ป่วยม่านตาและ ciliary body อักเสบเรื้อรัง (chronic anterior uveitis ) 32 ราย โดย 18 ราย ได้รับ curcumin อย่างเดียว ส่วนอีก 14 รายได้รับยารักษาวัณโรคร่วมด้วย ผู้ป่วยกลุ่มแรกทุกคนมีอาการดีขึ้น ขณะที่ผู้ป่วยกลุ่มที่สองมีอัตราการตอบสนองต่อการรักษา 86% เมื่อติดตามผลการรักษาใน 3 ปีต่อมา พบอัตราการกลับเป็นซ้ำในกลุ่มแรก 55% และกลุ่มหลัง36% ประมาณ 21-22% ของผู้ป่วยทั้ง 2 กลุ่ม ตาบอดจากสาเหตุต่างๆกัน พบว่าประสิทธิผลของ curcumin และอัตราการกลับเป็นซ้ำพอๆกับการรักษาด้วย corticosteroid แต่ทำให้เกิดอาการข้างเคียงจากยาน้อยกว่า
4.2.13 การศึกษาเภสัชจลนศาสตรต์ จากการศึกษา metabolism ของ curcumin ขนาด 450 – 360 มิลลิกรัมต่อวัน นาน 1 สัปดาห์ก่อนผ่าตัดในผู้ป่วยมะเร็งลำไส้ใหญ่ที่แพร่ไปยังตับ 12 ราย พบว่าระดับของ curcumin และ curcumin glucuronide หรือ sulfate conjugates ในกระแสเลือดและใน portal blood อยุ่ในระดับต่ำๆของ nanomolar เท่านั้นและไม่พบ curcumin ในเนื้อเยื้อตับ นอกจากนี้ ระดับของ malondialdehyde-DNA (M(1)G) adduct หลังได้รับ curcumin ก็ไม่ลดลง เมื่อเทียบกับระดับก่อนได้รับยา เนื่องจากเมื่อให้ curcumin ทางปากจะให้ระดับยาในเลือดที่ต่ำมาก จึงมีการศึกษาmetabolism ของ curcumin โดยใช้ microsome จากลำไส้และจากตับของคน และของหนูขาว พบว่า curcumin ถูก metabolized อย่างมากโดยเกิด conjugation (glucuronide & sulfate) และ reduction (เป็น tetrahydrocurcumin & hexahydrocurcumin) ในทางเดินอาหาร(ลำไส้และตับ) และ metabolism ในลำไส้ของคนจะเกิดมากกว่าในลำไส้หนูขาว
4.2.14 การศึกษาความปลอดภัยของน้ำมันขมิ้นชันทางคลินิกระยะที่ 1 จากการศึกษาความปลอดภัยของน้ำมันขมิ้นชัน (turmeric oil )ทางคลินิกระยะที่ 1 ในคนปกติ 9 ราย ก่อนที่จะนำไปศึกษาประสิทธิผลในการรักษา oral submucous fibrosis ซึ่งเป็น precancerous change ของมะเร็งช่องปากในระยะที่ 2 ต่อไปนั้น พบว่าเมื่อให้น้ำมันขมิ้นชัน 0.6 มิลลิลิตร วันละ 3 เวลา 1 เดือน ตามด้วยขนาด 1มิลลิลิตร แบ่งให้วันละ 3 ครั้ง 2 เดือน พบว่าอาสาสมัคร 1 คนถอนตัว เนื่องจากมีไข้ ที่เหลืออีก 7 ราย พบว่าไม่ทำให้เกิดพิษทางคลินิกทางโลหิตวิทยาหรือพิษต่อตับหรือไตหลังได้รับน้ำมันขมิ้นชันนาน 1 หรือ 3 เดือน


5.พิษวิทยา (toxicology)

5.1 การศึกษาฤทธิ์ก่อกลายพันธุ์ (mutagenicity) ไม่มีฤทธิ์ก่อกลายพันธุ์ ผลการทดสอบไม่มีฤทธิ์ก่อกลายพันธุ์ ใน salmonella typhimurium สายพันธุ์ TA 98 และ TA 100ทั้งขมิ้นชันและ curcumin ไม่ก่อกลายพันธุ์เมื่อผสมในอาหารหนู 0.5 และ 0.015% ตามลำดับ
5.2 การศึกษาความเป็นพิษในสัตว์ทดลอง
– การทดสอบความเป็นพิษในหนูขาว พบว่าทั้งขมิ้นชันและ curcumin ในขนาดที่สูงกว่าที่ใช้ในคน 1.25-125 เท่าไม่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงในด้านการเจริญเติบโต และระดับสารเคมีในเลือด
– การทดสอบพิษเฉียบพลันในหนูเมื่อให้ขนาดต่างๆ ไม่พบความผิดปกติต่อหนู
– เมื่อติดตามคนไข้ที่ทดลองทางคลินิก 30 ราย เพื่อประเมินประสิทธิผลของขมิ้นชันในการรักษาแผลในทางเดินอาหาร ไม่พบอาการผิดปกติ
– เมื่อให้ sodium curcuminate ในขนาด 500 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม ทางปาก ใต้ผิวหนัง หรือช่องท้อง ไม่พบอันตราย แต่ถ้าฉีดเข้าหลอดเลือดจะเป็นพิษทำให้สัตว์ทดลองตายได้ ส่วนการทดสอบพิษกึ่งเฉียบพลัน ไม่พบพิษ
– การศึกษาพิษเฉียบพลันของเหง้าขมิ้นชันในหนูถีบจักร พบว่าหนูที่ได้รับผงขมิ้นชันทางปาก ในขนาด 10 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม ไม่แสดงอาการเป็นพิษใดๆ และเมื่อให้สารสกัดขมิ้นชันด้วยเอทานอล 50% โดยวิธีป้อนทางปาก ฉีดเข้าใต้ผิวหนัง และทางช่องท้อง ในขนาด 15 กรัมต่อกิโลกรัม ไม่ทำให้เกิดอาการพิษเฉียบพลันและหนูถีบจักรไม่ตาย ดังนั้น ขนาดของสารสกัดที่ทำให้หนูตายครึ่งหนึ่ง (LD50) เมื่อให้โดยวิธีดังกล่าวจึงมากกว่า 15 กรัมต่อกิโลกรัม
– การศึกษาพิษเรื้อรังของขมิ้นชันในหนูขาวพันธุ์วิสตาร์ที่แบ่งออกเป็น 4 กลุ่ม คือ กลุ่มควบคุมที่ได้รับน้ำ และกลุ่มทดลองที่ได้รับผงขมิ้นชันทางปากในขนาด 0.039,2.5 และ5.0 กรัมต่อกิโลกรัมต่อวัน ซึ่งเทียบเท่ากับ 1,83 และ 166 เท่าของขนาดที่ใช้ในคน คือ 1.5 กรัมต่อ 50 กิโลกรัมต่อวัน เป็นเวลานาน 6 เดือน พบว่าหนูเพศผู้ที่ได้รับขมิ้นชันขนาด 2.5 และ 5.0 กรัมต่อกิโลกรัมต่อวัน มีน้ำหนักตัวและการกินอาหารน้อยกว่ากลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญ แต่ไม่พบการเปลี่ยนแปลงนี้ในหนูเพศเมียที่ได้รับยาขนาดเท่ากัน ขมิ้นชันในขนาดต่างๆที่ให้แก่หนูขาวไม่ทำให้เกิดอาการพิษใดๆ รวมทั้งไม่มีผลต่อค่าทางโลหิตวิทยาหรือค่าเคมีคลินิกและไม่ทำให้เกิดพยาธิสภาพต่ออวัยวะภายในของหนูขาวทั้งสองเพศ
– การศึกษาพิษเรื้อรังนาน 6 เดือน ของ curcuminoids ในหนูขาวพันธุ์วิสตาร์ที่แบ่งออกเป็น 6 กลุ่มๆละ 15 ตัวต่อเพศ แบ่งเป็นกลุ่มควบคุมที่ได้รับน้ำ กลุ่มควบคุมที่ได้รับ tragacanth และ กลุ่มทดลองที่ได้รับน้ำยาแขวนตะกอน curcuminoids ใน tragacanth ทางปากในขนาด 10, 50 และ 250 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัมต่อวัน ซึ่งเทียบเท่ากับ 1,5 และ 25 เท่าของขนาดที่ใช้ในคนต่อวัน ส่วนหนูทดลองกลุ่มที่ 4 ได้รับน้ำยาแขวนตะกอน curcuminoids ขนาด 250 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัมต่อวัน นาน 6 เดือน แต่หยุดให้ยา 2 สัปดาห์ก่อนผ่าซาก เพื่อดูว่าหากมีอาการพิษจาก curcuminoid เกิดขึ้นจะกลับมาหายเป็นปกติได้หรือไม่หลังจากหยุดยา พบว่าอัตราการเจริญของหนูเพศผู้ที่ได้รับ curcuminoid 50 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัมต่อวัน สูงกว่ากลุ่มที่ได้รับ tragacanth อย่างมีนัยสำคัญ curcuminoidไม่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของค่าทางโลหิตวิทยาใดๆ ที่มีความสัมพันธ์กับขนาดของสารที่ให้ในหนูเพศผู้ที่ได้รับ curcuminoid 250 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัมต่อวัน พบว่าน้ำหนักจริงและน้ำหนักสัมพันธ์ของตับ และระดับ alkaline phosphate สูงกว่ากลุ่มควบคุมทั้งสองกลุ่ม แต่ยังอยู่ในช่วงของค่าปกติ แม้ว่าหนูกลุ่มนี้ดูเหมือนจะมีอุบัติการณ์ของไขมันสะสมในตับและชั้น cortex ของต่อมหมวกไตสูง แต่อุบัติการณ์ดังกล่าวไม่ได้แตกต่างจากกลุ่มควบคุมทั้งสองอย่างมีนัยสำคัญ ผลการศึกษาชี้ให้เห็นว่าการให้ curcuminoids ในขนาดที่ใช้ในคน 10 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัมต่อวัน ติดต่อกันเป็นเวลานาน ไม่ทำให้เกิดพิษในหนูขาว อย่างไรก็ตาม
Curcuminoid ในขนาดสูงอาจมีผลต่อการทำงานและโครงสร้างตับได้ แต่เป็นการเปลี่ยนแปลงที่กลับเป็นปกติใหม่ได้เมื่อหยุดใช้ curcuminoids


6. ข้อห้ามใช้ (contraindication)
ห้ามใช้ในผู้ที่ท่อน้ำดีอุดตัน ผู้ที่ไวต่อยานี้ ผู้ป่วยโรคนิ่วควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้ยา


7. ข้อควรระวัง (precaution)
ควรระมัดระวังการใช้ในหญิงมีครรภ์ ยกเว้นภายใต้การดูแลของแพทย์ ควรระวังการใช้ในเด็ก เนื่องจากยังไม่มีข้อมูลด้านประสิทธิผลและความปลอดภัย1


8. อาการไม่พึงประสงค์ (adverse effect)
ผิวหนังอักเสบจากการแพ้


9. รูปแบบและความแรง (dosage form and strength)
ยาแคปซูล ที่มีผงเหง้าขมิ้นชันแห้ง 250 มิลลิกรัม


10. ขนาดและวิธีใช้ (dose and mode of administration)
รับประทานครั้งละ 2-4 แคปซูล (500 มิลลิกรัม-1 กรัม) วันละ 4 ครั้ง หลังอาหารและก่อนนอน


เอกสารอ้างอิง
1.บัญชียาจากสมุนไพร พ.ศ.2549 (List of Herbal Medicinal Products A.D.2006)
ตามประกาศคณะกรรมการแห่งชาติด้านยา (ฉบับที่ 5) พ.ศ.2549
เรื่อง บัญชียาหลักแห่งชาติ พ.ศ.2547 (ฉบับที่ 4)
คณะกรรมการแห่งชาติด้านยา National Drug Committee ISBN : 974-244-217-7